| |
|
| |
|
| |
|
| From : |
คุณพิชญ โพธิ์กระเจน |
| Question : |
ผมอยากทราบว่า มีสัญลักษณ์รีไซเคิลของกระดาษไหมครับ แตกต่างกับสัญลักษณ์รีไซเคิลกระดาษหรือไม่ครับ |
| Answer: |
เครื่องหมายรีไซเคิลบนกระดาษจะพัฒนาจากสมาคม American Forest and Paper Association (AF&PA) มีดังนี้ค่ะ
|
|
|
เครื่องหมายนี้ใช้เพื่อระบุว่า สินค้านี้สามารถรีไซเคิลได้ |
|
เครื่องหมายนี้ใช้สำหรับสินค้าผลิตจาก 100% เส้นใยรีไซเคิล (Recycled Fiber) |
|
หากเป็นสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วน เส้นใยรีไซเคิลต่ำกว่า 100% จะมีตัวเลขระบุสัดส่วนไว้ |
 |
เครื่องหมายสำหรับสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่ทำจาก กระดาษ Paperboard รีไซเคิล 100% |
|
ในกรณีเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก สมาคม Corrugated Packaging Alliance (CPA) จะมีการพัฒนาสัญลักษณ์นี้ |
|
แต่ถ้ามีการเคลือบผิวกระดาษที่เป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานของ CPA ผู้ผลิตสามารถใช้เครื่องหมายตามสัญลักษณ์นี้ได้ |
| |
|
|
| |
|
|
| |
|
| From : |
คุณอนุรักษ์ เมฆขุนทด |
| Question : |
ที่ภาชนะที่เป็นพลาสติก จะมีสัญลักษณ์ลูกศรอยู่สามด้าน มันคืออะไรครับ |
| Answer : |
เป็นสัญลักษณ์การรีไซเคิลพลาสติก ซึ่งจะมีเลขกำกับอยู่ในวงลูกศร
และมีตัวอักษรอยู่ข้างใต้ ตามชนิดของพลาสติกที่ใช้ทำ (ดูภาพประกอบ)
|
|
| |
|
| From : |
คุณจิรศักดิ์ ยามวัน |
| Question : |
การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับใช้งานในบ้าน ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร
และต้องใช้เซลล์แสงอาทิตย์ขนาดเท่าใด |
| Answer : |
เริ่มแรกต้องพิจารณาเบื้องต้นว่าในหนึ่งวัน
บ้านท่านใช้ไฟฟ้ากี่วัตต์-ชั่วโมง หลังจากนั้นก็มาคำนวณกำลังไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ควรติดตั้ง
โดยใช้สูตรการคำนวณคือ
Pcell = (PL)/(Q x A x B x C/D) โดยที่
(1) PL คือ ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในหนึ่งวัน
(2) Q คือ พลังงานแสงอาทิตย์ในหนึ่งวัน ซึ่งประเทศไทยประมาณ 4,000
Wh/ m2
(3) A คือ ค่าชดเชยการสูญเสียของเซลล์แสงอาทิตย์ โดยทั่วไปประมาณ
0.8
(4) B คือ ค่าชดเชยการสูญเสียเชิงความร้อน โดยทั่วไปประมาณ 0.85
(5) C คือ ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ โดยทั่วไปประมาณ 0.85-0.9
(6) D คือ ความเข้มแสงปกติ เท่ากับ 1,000 W/m2
ตัวอย่างเช่น บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟฟ้าประมาณ 6,940 วัตต์-ชั่วโมง ดังนั้น
บ้านนี้ต้องใช้เซลล์แสงอาทิตย์ที่ให้กำลังไฟฟ้าเท่ากับ 3 kW ส่วนราคาเซลล์แสงอาทิตย์จะประมาณ
150 บาทต่อวัตต์ ประสิทธิภาพเซลล์แสงอาทิตย์ประมาณ 100 วัตต์ต่อตารางเมตร
เพราะฉะนั้นถ้าต้องการสร้างระบบที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ 3 kW จะต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ซึ่งมีขนาด
30 ตารางเมตร และค่าใช้จ่ายเท่ากับ 450,000 บาท ซึ่งหากคิดค่าไฟต่อหน่วยจากอายุการใช้งานจะได้ว่า
ราคาค่าไฟประมาณ 8 บาทต่อหน่วย (แพงกว่าค่าไฟฟ้าปกติประมาณ 4 เท่า
ซึ่งค่าไฟฟ้าประมาณ 2 บาทต่อหน่วย) |
|
| |
|
| From : |
คุณพรรณทิพย์ กาหยี |
| Question : |
การขึ้นทะเบียนบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมในกรณีที่เป็นโรงงานขนาดกลางหรือขนาดเล็ก
และเป็นโรงงานที่ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะมีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษประจำโรงงาน
ทางโรงงานสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง |
| Answer : |
เริ่มแรกผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของมลพิษของโรงงานของท่านก่อนว่าเข้าข่ายที่จำเป็นต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานหรือไม่
และถ้าจำเป็นที่ต้องมีบุคลากร ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าโรงงานเข้าข่ายมลพิษประเภทใด
โดยสามารถพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้
- โรงงานของท่านมีปริมาณน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์ถึง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
(ยกเว้นน้ำหล่อเย็น)หรือมีปริมาณความสกปรกก่อนเข้าระบบบำบัดตั้งแต่
100 กิโลกรัมต่อวันขึ้นไปหรือไม่ หรือ
- โรงงานของท่านมีการใช้สารหรือองค์ประกอบของสารดังต่อไปนี้ในกระบวนการผลิตที่มีปริมาณน้ำเสียตั้งแต่
50 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ได้แก่ สังกะสี แคดเมียม ไซยาไนด์ ฟอสฟอรัส
ตะกั่ว ทองแดง บาเรียม เซเลเนียม นิกเกิล แมงกานีส โครเมียมวาเลนซี
6 อาร์ซินิคและสารประกอบอาร์ซินิค ปรอทและสารประกอบปรอทหรือไม่ หรือ
- โรงงานของท่านก่อให้เกิดมลพิษสูง 13 ประเภท เช่น โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี
โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตปูนซีเมนต์ หรือไม่
ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จาก ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม
เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย
มลพิษ หรือสิ่งใดๆที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล
ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ
พ.ศ.2545 ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2545(ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมโรงงานอุตสาหกรรมhttp://www.diw.go.th)
ลำดับต่อมาหากโรงงานของท่านเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งท่านจำเป็นต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน
ซึ่งประกอบด้วย (1)ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม (2)ผู้ควบคุมระบบบำบัด มลพิษ
และ(3)ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษจะแบ่งตามประเภทมลพิษที่เกิดขึ้นตามประกาศดังกล่าว
และหากโรงงานของท่านยังไม่พร้อมที่จะมีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ณ
ขณะนี้ ท่านสามารถจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาที่มีการขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบมลพิษปฏิบัติงานแทนได้
แต่ทั้งนี้ ในส่วนของผู้จัดการสิ่งแวดล้อมและผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษ
โรงงานจำเป็นต้องส่งพนักงานมาฝึกอบรมกับหน่วยฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
โดยไม่สามารถจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการแทนได้ และในช่วงที่ทางโรงงานของท่านยังไม่สามารถ
จัดหาผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้นั้น ผู้จัดการสิ่งแวดล้อมจะมีอำนาจหน้าที่เสมือนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษในระยะเวลา
90 วัน
|
|
| From : |
คุณภัทรันดา |
| Question : |
อยากทราบว่าพลังงานชีวมวลคืออะไร ได้มาจากอะไรบ้าง |
| Answer
: |
ชีวมวล (Biomass) คือ สารอินทรีย์ที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ
และสามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานได้ เช่น เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่หาได้ในประเทศ
โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมมีผลผลิตทาง การเกษตรเป็นจำนวนมาก
อาทิ แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย ซังข้าวโพด กากและกะลาปาล์ม เหง้ามันสำปะหลัง
เป็นต้น รวมถึงมูลสัตว์ ของเสียจากการแปรรูปสินค้าเกษตร น้ำเสียจากชุมชน
และขยะ ซึ่งชีวมวลเหล่านี้สามารถนำมาเผาไหม้เพื่อนำพลังงานความร้อนที่ได้ไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า
ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะนำมาผลิต พลังงานเทียบเท่ากับการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า
3,000 เมกะวัตต์ |
|
| From : |
คุณภัทรา (cute_maew@hotmail.com) |
| Question : |
การประยุกต์ใช้ GIS สามารถใช้กับข้อมูลประเภทใดได้บ้าง |
| Answer : |
การประยุกต์ใช้ GIS สามารถใช้กับข้อมูลได้หลากหลายประเภท
GIS เป็นการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของแผนที่ ซึ่งช่วยในการวางแผนนโยบายต่อไป
ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ GIS กับข้อมูลต่างๆ
Alternative (Solar/Wind) Power - แหล่งพลังงานทางเลือกที่ศักยภาพสูงในการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมและแหล่งพลังงาน
ที่ใช้แล้วหมดไป และแหล่งพลังงานที่ใช้ในปัจจุบันแต่มีข้อบกพร่องและที่ขาดประสิทธิภาพอยู่
Urban Forestry - เป็นการแสดงถึงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของเมืองให้ดีขึ้นและการประหยัดพลังงานโดยใช้ธรรมชาติ
การวิจัยในเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ป่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้
GIS เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม และได้ประโยชน์สูงสุด
ซึ่งทำให้สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากการประยุกต์ใช้
GIS อยู่ในระดับข้อมูลของเมืองซึ่งการจัดเก็บข้อมูลต้องใช้ต้นทุนสูง
Risk Management เป็นการเน้นถึงความเสี่ยงของความเสียหายของธรรมชาติต่อการส่งจ่ายพลังงานทั้งจากแหล่งผลิตและ
ระบบการส่งถ่าย/ขนส่งพลังงาน ซึ่งความสำคัญของข้อมูลนี้เมื่อเชื่อมโยงกับ
GIS คือสามารถใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง
ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการในการป้องกันมิให้อุบัติเหตุหรืออุบัติภัยเกิดขึ้น
รวมทั้งใช้ในการกำหนดมาตรการในการ ลดผลกระทบกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย
เช่นทราบถึงตำแหน่งสถานีดับเพลิงและระยะเวลาและระยะทางที่รถวิ่งจนถึงที่เกิดเหตุ
เป็นต้น
Biomass - การใช้ Biomass (ทั้งที่เป็น Domestic waste
หรือผลพลอยได้ทางการเกษตร) ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหรือแหล่งพลังงานทางเลือกอีกประการหนึ่ง
เป้าหมายของการประยุกต์ใช้นี้เพื่อแสดงพื้นที่ที่มีศักยภาพ
ของแหล่งพลังงานประเภทชีวมวล (Biomass)
Power Distribution - แสดงระบบเครือข่ายของการกระจายพลังงานของประเทศไทย
ซึ่งรวมถึงที่ตั้งของแหล่งกำเนิดพลังงานต่างๆด้วย โดยมีชั้นข้อมูลเชิงพื้นที่เป็น
Background เช่นขอบเขตการปกครอง ลักษณะภูมิประเทศในลักษณะ
Terrain ศูนย์กลางประชาชน ปริมาณการใช้พลังงานต่างๆ แผนที่การใช้ที่ดิน
และพื้นที่ที่ต้อง อนุรักษ์ต่างๆ เป็นต้น
Pipelines Management - จะเห็นว่าปัจจุบันการเกิดเพลิงไหม้จากสาเหตุท่อส่งน้ำมันได้ปรากฏให้เห็นแล้ว
ดังนั้นการประยุกต์ใช้ GIS เพื่อแสดงระบบเครือข่ายของท่อส่งน้ำมัน
(Pipelines) ขึ้นโดยพิจารณาจากความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากระบบเครือข่ายการกระจายของท่อส่งน้ำมันที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ี้เพื่อเน้นถึงความเป็นไปได้ที่ประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมต่างๆจะมีความเสี่ยงขึ้น
เมื่อมีท่อส่งพลังงานในบริเวณดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริหารทราบผู้ที่รับผิดชอบเพื่อจัดเตรียมมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุ
หรืออุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการประยุกต์ใช้ดังกล่าวมีรายละเอียดของข้อมูลมากมาย
ดังนั้นการวิเคราะห์และการแสดงผล จะเป็นแบบการประยุกต์ใช้แบบ
Stand-alone
Environment - เป็นการแสดงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในประเทศไทย
เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของสิ่งแวดล้อมและมีการวางแผนในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต |
|
| From : |
คุณปิ่นมณี (tukmissu@yahoo.com) |
| Question : |
การใช้สารเคมีในการเกษตรมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และดิน จะมีการควบคุมการใช้สารเคมีอย่างไร |
| Answer : |
จะมีการจดทะเบียนสารเคมีที่มีการใช้ในแหล่งน้ำ
และให้มีการปฏิบัติให้ใช้สารเคมีที่มีการจดทะเบียนแล้วเท่านั้น |
|
| From : |
คุณกิตติศักดิ์ (boy_z@yahoo.com) |
| Question : |
ปัจจุบันมีการกำจัดหลอดฟลูเรสเซ็นท์อย่างไร ที่ไหน |
| Answer : |
บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย)
จำกัด ได้มีโครงการรีไซเคิลหลอดไฟฟลูเรสเซ้นท์ขึ้นภายในโรงงาน
และมีการขยายโครงการไปยังนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยบริษัทจะนำหลอดไฟฟลูเรสเซ็นท์
ที่หมดอายุการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลต่อไป
ในกระบวนการรีไซเคิลหลอดไฟฟลูเรสเซ็นท์มีขั้นตอนดังนี้
หลอดไฟใช้แล้วจะถูกนำไปตัดฝาครอบที่เป็นอลูมิเนียมส่วนหัวและส่วนท้ายออกเพื่อนำเอาตะกั่วออกจากขั้วหลอดไฟเพื่อนำส่งไปกำจัดที่เจนโก้
ส่วนหลอดแก้วจะใช้เครื่องดูดทำการดูดไอปรอทและผงฟอสฟอรัสซึ่งเคลือบอยู่ภายในหลอดแก้วออกและส่งไปเก็บไว้ในสครับเบอร์แบบเปียกซึ่งเป็นอุปกรณ์ดักจับมลสาร
และอุปกรณ์ส่วนนี้จะถูกส่งไปกำจัดที่เจนโก้ ส่วนหลอดแก้วใสที่ได้มาหลังจากดูดเอาไอปรอทและผงฟอสฟอรัสแล้วจะถูกนำไปบดเป็นเศษแก้ว เพื่อส่งไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานผลิตไส้หลอดไฟต่อไป |
|
| From : |
คุณรัชดา (makuza31@yahoo.com) |
| Question : |
พลังงานชีวมวลมีข้อดีอย่างไร ทำไมรัฐบาลจึงสนับสนุนการใช้พลังงานชีวมวลทดแทนพลังงานฟอสซิล |
| Answer : |
เนื่องจากพลังงานชีวมวลมีค่าพลังงานความร้อนประมาณ
8-17 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับถ่านหินลิกไนต์
แต่การปล่อยมลพิษอากาศน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งมีมากในถ่านหินทำให้เกิดปัญหาฝนกรด
นอกจากนี้การเผาเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ถือว่าก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจะถูกหมุนเวียนกลับไปใช้โดยพืช |
|
| From : |
คุณชัยพร (chaiyaporn@ythaimail.com) |
| Question : |
น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้วมีคุณสมบัติอย่างไร |
| Answer : |
น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้วผสมกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมสามารถใช้ได้ดีกับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปด้วยคุณสมบัติของไบโอดีเซลเอสเตอร์ที่จะช่วย
- ลดเขม่าและควันดำได้เป็นอย่างดี
- ไม่มีองค์ประกอบของซัลเฟอร์ที่ก่อให้เกิดอันตราย
- เพื่อความหล่อลื่น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
- สามารถย่อยสลายได้ดีตามธรรมชาติ
- มีค่าซีเทนที่สูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปจึงเพิ่มประสิทธิภาการทำงานของเครื่องยนต์
- ปลอดภัยในการใช้งานด้วยจุดวาบไฟที่สูงกว่า 130 องศาเซลเซียส
เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซล (52 องศาเซลเซียส)
- ไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรงเหมือนน้ำมันดีเซล
|
|
| From : |
คุณพิมพ์พรรณ (pim_99@yahoo.com) |
| Question : |
น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมีผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร |
| Answer : |
น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมีโลหะหนักเป็นองค์ประกอบหลายชนิด
เช่น ตะกั่ว แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี โครเมียม สารหนู คลอไรด์
แคดเมียม และพีซีบี ดังนั้นหากน้ำมันหล่อลื่นเหล่านี้กำจัดไม่ถูกต้องปนลงสู่สิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษอย่างสูง
เพราะน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วเพียง 1 ลิต หากปนเปื้อนลงดินจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างถึง
3,890 ตารางเมตร และปนเปื้อนลงแหล่งน้ำจะก่อให้เกิดน้ำเสีย
3,780 ลูกบาศก์เมตร |
|
| From : |
คุณวันชัย (onechai@msn.com) |
| Question : |
การตรวจจับควันดำและเสียงในปริมณฑล มีกี่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้าง |
| Answer : |
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับควันดำและเสียงภายในปริมณฑล
ได้แก่
- กรมการขนส่งทางบก มีหน้าที่ตรวจสภาพรถที่ทำการต่อทะเบียน
และมีอำนาจในการบังคับไม่ให้รถที่มีควันดำหรือเสียงเครื่องยนต์ดังเกินมาตรฐานวิ่ง
- สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ตำรวจจราจร มีหน้าที่ตรวจจับรถที่มีควันดำและเสียงดังเกินมาตรฐาน
- กรมควบคุมมลพิษ มีหน้าที่อบรมเจ้าหน้าที่จากสถานบริการรถยนต์ในการบำรุงรักษาสภาพรถที่ก่อให้เกิดควันดำและเสียงเกินมาตรฐาน
ซึ่งกรมควบคุมมลพิษเอง ได้มีการดำเนินงานในรูปแบบของคลินิกไอเสีย
ซึ่งสถานบริการรถยนต์ที่มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมและประเมินจากกรมควบคุมมลพิษจะได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน
- สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้สนับสนุนให้สถานีบริการน้ำมันให้บริการตรวจวัดควันดำ
ตลอดจนตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษทางอากาศและเสียง
ในที่นี้ ขอเพิ่มเติมมาตรฐานควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ดีเซลตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์
เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540) คือ ต้องไม่เกินร้อยละ
50 เมื่อตรวจวัดควันดำในระบบกระดาษกรอง และสำหรับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ
สามารถโทรแจ้งได้ที่ กองบังคับการจราจร ฝ่ายควบคุมมลพิษ
โทร 0-2221-3855 จะมีรางวัลนำจับเป็นเงินร้อยละ 35 เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับ |
|
| From : |
คุณผไทธัช (patthaitat@yahoo.com) |
| Question : |
อยากทราบว่ามีโรงงานใดบ้างที่นำกากตะกอนไปทำเป็นชีวมวล |
| Answer : |
กากตะกอนไม่ถือว่าเป็นชีวมวล เนื่องจากไม่ได้ผลิตจากธรรมชาติ
ซึ่งกากตะกอนจะเกิดจากกระบวนการผลิตจากโรงบำบัดน้ำเสีย
ชีวมวล(biomass) หมายถึง พืชที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ
ซึ่งสามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ ตัวอย่างของชีวมวลเช่น
แกลบ ชานอ้อย กากปาล์ม ซังข้าวโพด เป็นต้น
แต่กากตะกอนก็สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ เช่น การนำกากตะกอนไปเผาในกระบวนการ
pyrolysis ซึ่งจะได้ถ่านชาร์ แก๊สเชื้อเพลิง และน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันได้
สมบัติของน้ำมันที่ได้อยู่ระหว่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา
ส่วนโรงงานยังไม่ทราบชัดเจน แต่มีงานวิจัยของ ม.เทคโนโลยีมหานคร
ที่ทำการศึกษา "การนำกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง"
|
| |
|
|