From : คุณพิชญ โพธิ์กระเจน
Question : ผมอยากทราบว่า มีสัญลักษณ์รีไซเคิลของกระดาษไหมครับ แตกต่างกับสัญลักษณ์รีไซเคิลกระดาษหรือไม่ครับ
Answer:

เครื่องหมายรีไซเคิลบนกระดาษจะพัฒนาจากสมาคม American Forest and Paper Association (AF&PA) มีดังนี้ค่ะ

 
เครื่องหมายนี้ใช้เพื่อระบุว่า สินค้านี้สามารถรีไซเคิลได้
เครื่องหมายนี้ใช้สำหรับสินค้าผลิตจาก 100% เส้นใยรีไซเคิล (Recycled Fiber)
หากเป็นสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์มีสัดส่วน เส้นใยรีไซเคิลต่ำกว่า 100% จะมีตัวเลขระบุสัดส่วนไว้
เครื่องหมายสำหรับสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ที่ทำจาก กระดาษ Paperboard รีไซเคิล 100%
ในกรณีเป็นกล่องกระดาษลูกฟูก สมาคม Corrugated Packaging Alliance (CPA) จะมีการพัฒนาสัญลักษณ์นี้
แต่ถ้ามีการเคลือบผิวกระดาษที่เป็นวัสดุที่รีไซเคิลได้และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานของ CPA ผู้ผลิตสามารถใช้เครื่องหมายตามสัญลักษณ์นี้ได้
   
   

   
From : คุณอนุรักษ์ เมฆขุนทด
Question : ที่ภาชนะที่เป็นพลาสติก จะมีสัญลักษณ์ลูกศรอยู่สามด้าน มันคืออะไรครับ
Answer :

เป็นสัญลักษณ์การรีไซเคิลพลาสติก ซึ่งจะมีเลขกำกับอยู่ในวงลูกศร และมีตัวอักษรอยู่ข้างใต้ ตามชนิดของพลาสติกที่ใช้ทำ (ดูภาพประกอบ)

 


   
From : คุณจิรศักดิ์ ยามวัน
Question : การติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์สำหรับใช้งานในบ้าน ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร และต้องใช้เซลล์แสงอาทิตย์ขนาดเท่าใด
Answer :
เริ่มแรกต้องพิจารณาเบื้องต้นว่าในหนึ่งวัน บ้านท่านใช้ไฟฟ้ากี่วัตต์-ชั่วโมง หลังจากนั้นก็มาคำนวณกำลังไฟฟ้าของเซลล์แสงอาทิตย์ที่ควรติดตั้ง โดยใช้สูตรการคำนวณคือ

Pcell = (PL)/(Q x A x B x C/D) โดยที่

(1) PL คือ ความต้องการพลังงานไฟฟ้าในหนึ่งวัน

(2) Q คือ พลังงานแสงอาทิตย์ในหนึ่งวัน ซึ่งประเทศไทยประมาณ 4,000 Wh/ m2

(3) A คือ ค่าชดเชยการสูญเสียของเซลล์แสงอาทิตย์ โดยทั่วไปประมาณ 0.8

(4) B คือ ค่าชดเชยการสูญเสียเชิงความร้อน โดยทั่วไปประมาณ 0.85

(5) C คือ ประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์ โดยทั่วไปประมาณ 0.85-0.9

(6) D คือ ความเข้มแสงปกติ เท่ากับ 1,000 W/m2

ตัวอย่างเช่น บ้านหลังหนึ่งใช้ไฟฟ้าประมาณ 6,940 วัตต์-ชั่วโมง ดังนั้น บ้านนี้ต้องใช้เซลล์แสงอาทิตย์ที่ให้กำลังไฟฟ้าเท่ากับ 3 kW ส่วนราคาเซลล์แสงอาทิตย์จะประมาณ 150 บาทต่อวัตต์ ประสิทธิภาพเซลล์แสงอาทิตย์ประมาณ 100 วัตต์ต่อตารางเมตร เพราะฉะนั้นถ้าต้องการสร้างระบบที่สามารถจ่ายไฟฟ้าได้ 3 kW จะต้องใช้แผงเซลล์แสงอาทิตย์ซึ่งมีขนาด 30 ตารางเมตร และค่าใช้จ่ายเท่ากับ 450,000 บาท ซึ่งหากคิดค่าไฟต่อหน่วยจากอายุการใช้งานจะได้ว่า ราคาค่าไฟประมาณ 8 บาทต่อหน่วย (แพงกว่าค่าไฟฟ้าปกติประมาณ 4 เท่า ซึ่งค่าไฟฟ้าประมาณ 2 บาทต่อหน่วย)

   
From : คุณพรรณทิพย์ กาหยี
Question :
การขึ้นทะเบียนบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมในกรณีที่เป็นโรงงานขนาดกลางหรือขนาดเล็ก และเป็นโรงงานที่ยังไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะมีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษประจำโรงงาน ทางโรงงานสามารถดำเนินการได้อย่างไรบ้าง
Answer :
เริ่มแรกผู้ประกอบการต้องตรวจสอบประเภทของมลพิษของโรงงานของท่านก่อนว่าเข้าข่ายที่จำเป็นต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงานหรือไม่ และถ้าจำเป็นที่ต้องมีบุคลากร ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบว่าโรงงานเข้าข่ายมลพิษประเภทใด โดยสามารถพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้

- โรงงานของท่านมีปริมาณน้ำเสียที่ปนเปื้อนสารอินทรีย์ถึง 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน (ยกเว้นน้ำหล่อเย็น)หรือมีปริมาณความสกปรกก่อนเข้าระบบบำบัดตั้งแต่ 100 กิโลกรัมต่อวันขึ้นไปหรือไม่ หรือ

- โรงงานของท่านมีการใช้สารหรือองค์ประกอบของสารดังต่อไปนี้ในกระบวนการผลิตที่มีปริมาณน้ำเสียตั้งแต่ 50 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ได้แก่ สังกะสี แคดเมียม ไซยาไนด์ ฟอสฟอรัส ตะกั่ว ทองแดง บาเรียม เซเลเนียม นิกเกิล แมงกานีส โครเมียมวาเลนซี 6 อาร์ซินิคและสารประกอบอาร์ซินิค ปรอทและสารประกอบปรอทหรือไม่ หรือ

- โรงงานของท่านก่อให้เกิดมลพิษสูง 13 ประเภท เช่น โรงงานไฟฟ้า โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตปูนซีเมนต์ หรือไม่

ทั้งนี้ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จาก “ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การกำหนดชนิดและขนาดของโรงงาน กำหนดวิธีการควบคุมการปล่อยของเสีย มลพิษ หรือสิ่งใดๆที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กำหนดคุณสมบัติของผู้ควบคุมดูแล ผู้ปฏิบัติงานประจำ และหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมดูแลสำหรับระบบป้องกันสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ พ.ศ.2545” ฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2545(ตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์กรมโรงงานอุตสาหกรรมhttp://www.diw.go.th)

ลำดับต่อมาหากโรงงานของท่านเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่งท่านจำเป็นต้องมีบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อมประจำโรงงาน ซึ่งประกอบด้วย (1)ผู้จัดการสิ่งแวดล้อม (2)ผู้ควบคุมระบบบำบัด มลพิษ และ(3)ผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษจะแบ่งตามประเภทมลพิษที่เกิดขึ้นตามประกาศดังกล่าว และหากโรงงานของท่านยังไม่พร้อมที่จะมีผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษ ณ ขณะนี้ ท่านสามารถจ้างให้บริษัทที่ปรึกษาที่มีการขึ้นทะเบียนผู้ควบคุมระบบมลพิษปฏิบัติงานแทนได้

แต่ทั้งนี้ ในส่วนของผู้จัดการสิ่งแวดล้อมและผู้ปฏิบัติงานประจำระบบบำบัดมลพิษ โรงงานจำเป็นต้องส่งพนักงานมาฝึกอบรมกับหน่วยฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยไม่สามารถจ้างบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการแทนได้ และในช่วงที่ทางโรงงานของท่านยังไม่สามารถ
จัดหาผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษได้นั้น ผู้จัดการสิ่งแวดล้อมจะมีอำนาจหน้าที่เสมือนผู้ควบคุมระบบบำบัดมลพิษในระยะเวลา 90 วัน

From : คุณภัทรันดา
Question : อยากทราบว่าพลังงานชีวมวลคืออะไร ได้มาจากอะไรบ้าง
Answer :

ชีวมวล (Biomass) คือ สารอินทรีย์ที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ และสามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานได้ เช่น เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญที่หาได้ในประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมมีผลผลิตทาง การเกษตรเป็นจำนวนมาก อาทิ แกลบ ฟางข้าว ชานอ้อย ซังข้าวโพด กากและกะลาปาล์ม เหง้ามันสำปะหลัง เป็นต้น รวมถึงมูลสัตว์ ของเสียจากการแปรรูปสินค้าเกษตร น้ำเสียจากชุมชน และขยะ ซึ่งชีวมวลเหล่านี้สามารถนำมาเผาไหม้เพื่อนำพลังงานความร้อนที่ได้ไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะนำมาผลิต พลังงานเทียบเท่ากับการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 เมกะวัตต์


From : คุณภัทรา (cute_maew@hotmail.com)
Question : การประยุกต์ใช้ GIS สามารถใช้กับข้อมูลประเภทใดได้บ้าง
Answer :

การประยุกต์ใช้ GIS สามารถใช้กับข้อมูลได้หลากหลายประเภท GIS เป็นการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบของแผนที่ ซึ่งช่วยในการวางแผนนโยบายต่อไป ตัวอย่างของการประยุกต์ใช้ GIS กับข้อมูลต่างๆ

Alternative (Solar/Wind) Power - แหล่งพลังงานทางเลือกที่ศักยภาพสูงในการนำมาใช้ประโยชน์ทั้งจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมและแหล่งพลังงาน ที่ใช้แล้วหมดไป และแหล่งพลังงานที่ใช้ในปัจจุบันแต่มีข้อบกพร่องและที่ขาดประสิทธิภาพอยู่

Urban Forestry - เป็นการแสดงถึงการปรับปรุงสิ่งแวดล้อมของเมืองให้ดีขึ้นและการประหยัดพลังงานโดยใช้ธรรมชาติ การวิจัยในเรื่องการเพิ่มพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ป่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้ GIS เพื่อคัดเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม และได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งทำให้สามารถบริหารงบประมาณได้อย่างคุ้มค่า เนื่องจากการประยุกต์ใช้ GIS อยู่ในระดับข้อมูลของเมืองซึ่งการจัดเก็บข้อมูลต้องใช้ต้นทุนสูง

Risk Management เป็นการเน้นถึงความเสี่ยงของความเสียหายของธรรมชาติต่อการส่งจ่ายพลังงานทั้งจากแหล่งผลิตและ ระบบการส่งถ่าย/ขนส่งพลังงาน ซึ่งความสำคัญของข้อมูลนี้เมื่อเชื่อมโยงกับ GIS คือสามารถใช้ในการวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การกำหนดมาตรการในการป้องกันมิให้อุบัติเหตุหรืออุบัติภัยเกิดขึ้น รวมทั้งใช้ในการกำหนดมาตรการในการ ลดผลกระทบกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรืออุบัติภัย เช่นทราบถึงตำแหน่งสถานีดับเพลิงและระยะเวลาและระยะทางที่รถวิ่งจนถึงที่เกิดเหตุ เป็นต้น

Biomass - การใช้ Biomass (ทั้งที่เป็น Domestic waste หรือผลพลอยได้ทางการเกษตร) ซึ่งเป็นแหล่งเชื้อเพลิงหรือแหล่งพลังงานทางเลือกอีกประการหนึ่ง เป้าหมายของการประยุกต์ใช้นี้เพื่อแสดงพื้นที่ที่มีศักยภาพ ของแหล่งพลังงานประเภทชีวมวล (Biomass)

Power Distribution - แสดงระบบเครือข่ายของการกระจายพลังงานของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงที่ตั้งของแหล่งกำเนิดพลังงานต่างๆด้วย โดยมีชั้นข้อมูลเชิงพื้นที่เป็น Background เช่นขอบเขตการปกครอง ลักษณะภูมิประเทศในลักษณะ Terrain ศูนย์กลางประชาชน ปริมาณการใช้พลังงานต่างๆ แผนที่การใช้ที่ดิน และพื้นที่ที่ต้อง อนุรักษ์ต่างๆ เป็นต้น

Pipelines Management - จะเห็นว่าปัจจุบันการเกิดเพลิงไหม้จากสาเหตุท่อส่งน้ำมันได้ปรากฏให้เห็นแล้ว ดังนั้นการประยุกต์ใช้ GIS เพื่อแสดงระบบเครือข่ายของท่อส่งน้ำมัน (Pipelines) ขึ้นโดยพิจารณาจากความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นจากระบบเครือข่ายการกระจายของท่อส่งน้ำมันที่มีอยู่ในปัจจุบัน ี้เพื่อเน้นถึงความเป็นไปได้ที่ประชาชนหรือสิ่งแวดล้อมต่างๆจะมีความเสี่ยงขึ้น เมื่อมีท่อส่งพลังงานในบริเวณดังกล่าว เพื่อให้ผู้บริหารทราบผู้ที่รับผิดชอบเพื่อจัดเตรียมมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุ หรืออุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้น โดยการประยุกต์ใช้ดังกล่าวมีรายละเอียดของข้อมูลมากมาย ดังนั้นการวิเคราะห์และการแสดงผล จะเป็นแบบการประยุกต์ใช้แบบ Stand-alone

Environment - เป็นการแสดงสถานการณ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรในประเทศไทย เพื่อแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของสิ่งแวดล้อมและมีการวางแผนในการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืนต่อไปในอนาคต


From : คุณปิ่นมณี (tukmissu@yahoo.com)
Question : การใช้สารเคมีในการเกษตรมีผลกระทบต่อแหล่งน้ำ และดิน จะมีการควบคุมการใช้สารเคมีอย่างไร
Answer :

จะมีการจดทะเบียนสารเคมีที่มีการใช้ในแหล่งน้ำ และให้มีการปฏิบัติให้ใช้สารเคมีที่มีการจดทะเบียนแล้วเท่านั้น


From : คุณกิตติศักดิ์ (boy_z@yahoo.com)
Question : ปัจจุบันมีการกำจัดหลอดฟลูเรสเซ็นท์อย่างไร ที่ไหน
Answer :

บริษัท ฟิลิปส์ อิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีโครงการรีไซเคิลหลอดไฟฟลูเรสเซ้นท์ขึ้นภายในโรงงาน และมีการขยายโครงการไปยังนิคมอุตสาหกรรมบางปู โดยบริษัทจะนำหลอดไฟฟลูเรสเซ็นท์ ที่หมดอายุการใช้งานแล้วกลับไปรีไซเคิลต่อไป

ในกระบวนการรีไซเคิลหลอดไฟฟลูเรสเซ็นท์มีขั้นตอนดังนี้ หลอดไฟใช้แล้วจะถูกนำไปตัดฝาครอบที่เป็นอลูมิเนียมส่วนหัวและส่วนท้ายออกเพื่อนำเอาตะกั่วออกจากขั้วหลอดไฟเพื่อนำส่งไปกำจัดที่เจนโก้ ส่วนหลอดแก้วจะใช้เครื่องดูดทำการดูดไอปรอทและผงฟอสฟอรัสซึ่งเคลือบอยู่ภายในหลอดแก้วออกและส่งไปเก็บไว้ในสครับเบอร์แบบเปียกซึ่งเป็นอุปกรณ์ดักจับมลสาร และอุปกรณ์ส่วนนี้จะถูกส่งไปกำจัดที่เจนโก้ ส่วนหลอดแก้วใสที่ได้มาหลังจากดูดเอาไอปรอทและผงฟอสฟอรัสแล้วจะถูกนำไปบดเป็นเศษแก้ว   เพื่อส่งไปใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานผลิตไส้หลอดไฟต่อไป


From : คุณรัชดา (makuza31@yahoo.com)
Question : พลังงานชีวมวลมีข้อดีอย่างไร ทำไมรัฐบาลจึงสนับสนุนการใช้พลังงานชีวมวลทดแทนพลังงานฟอสซิล
Answer :

เนื่องจากพลังงานชีวมวลมีค่าพลังงานความร้อนประมาณ 8-17 เมกะจูลต่อกิโลกรัม ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับถ่านหินลิกไนต์ แต่การปล่อยมลพิษอากาศน้อยกว่าเชื้อเพลิงฟอสซิลน้อยมาก ไม่ว่าจะเป็นก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ซึ่งมีมากในถ่านหินทำให้เกิดปัญหาฝนกรด นอกจากนี้การเผาเชื้อเพลิงชีวมวลไม่ถือว่าก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพราะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจะถูกหมุนเวียนกลับไปใช้โดยพืช


From : คุณชัยพร (chaiyaporn@ythaimail.com)
Question : น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชใช้แล้วมีคุณสมบัติอย่างไร
Answer :

น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืชที่ใช้แล้วผสมกับน้ำมันดีเซลจากปิโตรเลียมสามารถใช้ได้ดีกับเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปด้วยคุณสมบัติของไบโอดีเซลเอสเตอร์ที่จะช่วย

  • ลดเขม่าและควันดำได้เป็นอย่างดี
  • ไม่มีองค์ประกอบของซัลเฟอร์ที่ก่อให้เกิดอันตราย
  • เพื่อความหล่อลื่น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์
  • สามารถย่อยสลายได้ดีตามธรรมชาติ
  • มีค่าซีเทนที่สูงกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไปจึงเพิ่มประสิทธิภาการทำงานของเครื่องยนต์
  • ปลอดภัยในการใช้งานด้วยจุดวาบไฟที่สูงกว่า 130 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับน้ำมันดีเซล (52 องศาเซลเซียส)
  • ไม่มีกลิ่นฉุนรุนแรงเหมือนน้ำมันดีเซล


From : คุณพิมพ์พรรณ (pim_99@yahoo.com)
Question : น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมีผลต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร
Answer :

น้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วมีโลหะหนักเป็นองค์ประกอบหลายชนิด เช่น ตะกั่ว แมกนีเซียม ทองแดง สังกะสี โครเมียม สารหนู คลอไรด์ แคดเมียม และพีซีบี ดังนั้นหากน้ำมันหล่อลื่นเหล่านี้กำจัดไม่ถูกต้องปนลงสู่สิ่งแวดล้อมจะทำให้เกิดมลภาวะเป็นพิษอย่างสูง เพราะน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วเพียง 1 ลิต หากปนเปื้อนลงดินจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างถึง 3,890 ตารางเมตร และปนเปื้อนลงแหล่งน้ำจะก่อให้เกิดน้ำเสีย 3,780 ลูกบาศก์เมตร


From : คุณวันชัย (onechai@msn.com)
Question : การตรวจจับควันดำและเสียงในปริมณฑล มีกี่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบ้าง
Answer :

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจจับควันดำและเสียงภายในปริมณฑล ได้แก่

  • กรมการขนส่งทางบก มีหน้าที่ตรวจสภาพรถที่ทำการต่อทะเบียน และมีอำนาจในการบังคับไม่ให้รถที่มีควันดำหรือเสียงเครื่องยนต์ดังเกินมาตรฐานวิ่ง
  • สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ตำรวจจราจร มีหน้าที่ตรวจจับรถที่มีควันดำและเสียงดังเกินมาตรฐาน
  • กรมควบคุมมลพิษ มีหน้าที่อบรมเจ้าหน้าที่จากสถานบริการรถยนต์ในการบำรุงรักษาสภาพรถที่ก่อให้เกิดควันดำและเสียงเกินมาตรฐาน ซึ่งกรมควบคุมมลพิษเอง ได้มีการดำเนินงานในรูปแบบของคลินิกไอเสีย ซึ่งสถานบริการรถยนต์ที่มีเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรมและประเมินจากกรมควบคุมมลพิษจะได้รับป้ายคลินิกไอเสียมาตรฐาน
  • สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ได้สนับสนุนให้สถานีบริการน้ำมันให้บริการตรวจวัดควันดำ ตลอดจนตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อการประหยัดพลังงาน และลดมลพิษทางอากาศและเสียง

ในที่นี้ ขอเพิ่มเติมมาตรฐานควันดำจากท่อไอเสียรถยนต์ดีเซลตามประกาศกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2540) คือ ต้องไม่เกินร้อยละ 50 เมื่อตรวจวัดควันดำในระบบกระดาษกรอง และสำหรับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำ สามารถโทรแจ้งได้ที่ กองบังคับการจราจร ฝ่ายควบคุมมลพิษ โทร 0-2221-3855 จะมีรางวัลนำจับเป็นเงินร้อยละ 35 เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับ


From : คุณผไทธัช (patthaitat@yahoo.com)
Question : อยากทราบว่ามีโรงงานใดบ้างที่นำกากตะกอนไปทำเป็นชีวมวล
Answer :

กากตะกอนไม่ถือว่าเป็นชีวมวล เนื่องจากไม่ได้ผลิตจากธรรมชาติ ซึ่งกากตะกอนจะเกิดจากกระบวนการผลิตจากโรงบำบัดน้ำเสีย
ชีวมวล(biomass) หมายถึง พืชที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติ ซึ่งสามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ ตัวอย่างของชีวมวลเช่น แกลบ ชานอ้อย กากปาล์ม ซังข้าวโพด เป็นต้น
แต่กากตะกอนก็สามารถนำมาผลิตเป็นพลังงานได้ เช่น การนำกากตะกอนไปเผาในกระบวนการ pyrolysis ซึ่งจะได้ถ่านชาร์ แก๊สเชื้อเพลิง และน้ำมันเชื้อเพลิงซึ่งสามารถนำมาใช้ทดแทนน้ำมันได้ สมบัติของน้ำมันที่ได้อยู่ระหว่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา
ส่วนโรงงานยังไม่ทราบชัดเจน แต่มีงานวิจัยของ ม.เทคโนโลยีมหานคร ที่ทำการศึกษา "การนำกากตะกอนจากระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนและน้ำเสียอุตสาหกรรมมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง"