น้ำทิ้งภายหลังการบำบัด กากกัมมันตรังสีในการบำบัดกากของเหลวกัมมันตรังสี จะทำให้ได้กากของแข็งกัมมันตรังสีในรูปของกากตะกอน และ/หรือ ในรูปของสารแลกเปลี่ยนไอออน ซึ่งจะเก็บรวบรวมไว้ทำการแปรสภาพกากกัมมันตรังสีต่อไป
ในส่วนน้ำใสหลังการบำบัดซึ่งอาจจะมีสารกัมมันตรังสีปนเปื้อนอยู่ในปริมาณน้อยมากและต่ำกว่าเกณฑ์ระดับ " ปลอดพิษ " ก็จะถูกระบายออกสู่สิ่งแวดล้อม กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ภายหลังจากการปรับสภาพโดยผนึกในเนื้อคอนกรีตหรือในยางมะตอยแล้วกากฯ จะถูกจัดเก็บไว้ในโรงเก็บกากกัมมันตรังสีชั่วคราว และหลังจากนั้นใช้วิธีทิ้งกากกัมมันตรังสีแบบฝังดินตื้น(near surface disposal) ทั้งนี้เนื่องจากกากกัมมันตรังสีเหล่านี้มีครึ่งชีวิตสั้น และมีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ดังนั้นช่วงเวลาที่จะต้องแยกห่างจากสิ่งแวดล้อมของมนุษย์จึงไม่ยาวนานนัก สารกัมมันตรังสีเหล่านั้นก็จะสลายตัวหมดสภาพไป (เป็นระยะเวลาประมาณ 200-300 ปี)
การเลือกพื้นที่สำหรับเป็นสถานที่ทิ้งกากกัมมันตรังสีแบบฝังดินตื้นต้องอยู่ในเกณฑ์ต่อไปนี้ คือ สถานที่มีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะสมและไม่เป็นที่ลุ่ม ไม่มีปัญหาน้ำท่วม ดินถล่ม ไม่มีประวัติการเกิดแผ่นดินไหว มีสภาพภูมิอากาศที่มีฝนตกน้อย ไม่เคยเกิดกรณีลมพายุ และมีระดับน้ำใต้ดินลึก (มากกว่า10 เมตร) เป็นต้น
กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูงและเชื้อเพลิงใช้แล้ว กากกัมมันตรังสีเหล่านี้มีระดับรังสีสูงและบางส่วนมีครึ่งชีวิตยาวมาก ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีทิ้งให้อยู่ห่างจากสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ให้มากที่สุดและเป็นเวลาที่ยาวนาน
การผนึกกากกัมมันตรังสี กระทำโดยใช้ผนึกเป็นแก้วหรือเซรามิกซึ่งคงทนต่อความร้อนและรังสีดีกว่าปูนซีเมนต์หรือยางมะตอย การจัดสถานที่ทิ้งกากกัมมันตรังสีจะใช้วิธีขุดอุโมงค์ฝังในชั้นธรณีวิทยาที่ลึกและยั่งยืน (stable geologic formation) กล่าวคือ ไม่มีปัญหาจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด หรือแม้แต่วินาศภัยจากการจารกรรมใดๆ ทั้งสิ้น มีชั้นธรณีลึกที่เหมาะ รวมถึงชั้นของหินอัคนีชั้นของหินตะกอนหรือหินแปร เป็นต้น
|